• แฟรงค์เฟิร์ต-เซนต์กอร์-ล่องเรือเซนต์กอร์ บ็อบพาร์ด –เวิร์ซบวร์ก-อนุสาวรีย์โจเซฟ
  • ศาลาว่าการ-มหาวิหารแห่งเมืองเวิร์ซบวร์ก – นูเรมเบิร์ก-จัตุรัสกลางเมือง-โบสถ์พระแม่มาเรีย
  • โรเธนเบิร์ก-ศาลากลางเมือง-จัตุรัส MarktPlatz-เมืองไฮเดลเบิร์ก – ปราสาทไฮเดลเบิร์ก
  • ย่านเมืองเก่า-สะพานเก่า Alte Brucke–ทิทิเซ่-ทะเลสาบทิทิเซ่-ป่าดำ – โรงงานนาฬิกากุ๊กกู
  • ทิทิเซ่-นั่งกระเช้าขึ้นสู่ ยอดเขาซุกสปิตเซ่-ทะเลสาบไอบ์เซ่-มิวนิค
  • ประตูแห่งชัยชนะ-จัตุรัสมาเรียนพลัส-โบสถ์เฟราเอนเคียร์เชอ-Ingolstadt Village
รหัส 036-2753
วันที่เดินทาง
มี.ค.66 - เม.ย.66
ช่วงเวลา
8 วัน 5 คืน
ราคาเริ่มต้น
89,999 บาท
แผนการเดินทาง
วันที่ 1
กรุงเทพ (สนามบินสุวรรณภูมิ)

22.00 น.   คณะพร้อมกัน ณ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศชั้น 4 สนามบินสุวรรณภูมิเคาน์เตอร์สายการบินเอมิเรตส์ แอร์ไลน์ (EK) พบเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวก

วันที่ 2
แฟรงค์เฟิร์ต - เซนต์กอร์ - ล่องเรือเซนต์กอร์ บ็อบพาร์ด - แฟรงค์เฟิร์ต

01.05 น.   ออกเดินทางสู่สนามบินแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี โดยสายการบินเอมิเรตส์ แอร์ไลน์ (EK) เที่ยวบินที่ EK385 (01.05–05.00) // EK45 (08.40–12.45(+1) ใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 17.40 ชั่วโมง บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง

12.45 น.   เดินทางถึงสนามบินแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง) หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองแล้ว นำท่านเดินทางสู่เมือง เซนต์กอร์ (St.Goar) ระยะทาง 116 กม. ใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชม. เมืองเล็กๆ ที่มีชื่อเสียงเพราะบทกวีของ Heinrich Hene เป็นเมืองที่ได้รับการดูแลรักษาอย่างดีเยี่ยม ยังคงให้ภาพประทับใจเหมือนที่เคยเป็นมาในคริสตวรรษที่ 19  นำคณะล่องเรือชมความสวยงามสองฟากฝั่งแม่น้ำไรน์ ที่มีเรื่องราวของปราสาทต่าง ๆ เก่าแก่มากมายของมหาเศรษฐีในอดีตจากยุคโรมันและชาวเยอรมันเผ่าต่าง ๆ เรือจะนำท่านผ่าน หน้าผา ‚ลอเรไล อันเป็นตํานานของหญิงสาวที่คร่าชีวิตผู้คนที่เดินทางโดยเรือผ่านแม่น้ำสายนี้จน เข้าสู่เมืองบ็อบพาร์ด เมืองแสนสวยริมฝั่งแม่น้ำไรน์ นำท่านเดินทางกลับสู่เมืองแฟรงค์เฟิร์ต

เย็น   รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

พักที่ Hotel NH Frankfurt Niederrad, Frankfurt หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว

วันที่ 3
แฟรงค์เฟิร์ต - เวิร์ซบวร์ก - อนุสาวรีย์โจเซฟ - ศาลาว่าการ - มหาวิหารแห่งเมืองเวิร์ซบวร์ก นูเรมเบิร์ก - จัตุรัสกลางเมือง - โบสถ์พระแม่มาเรีย

เช้า   รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองเวิร์ซบวร์ก (WURZBURG) เมืองแรกในการเริ่มต้นเดินทางเข้าสู่เส้นทางสายโรแมนติคอย่างเป็นทางการ เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเนินเขา ริมฝั่งแม่น้ำเมน (MAIN) เป็นอีกแหล่งของการเพาะปลูกองุ่นเพื่อผลิตไวน์ของเยอรมัน ซึ่งบรรดาสถาปัตยกรรมในเมืองนี้ล้วนเป็นสไตล์บาร็อค จึงได้รับสมญานามว่าเป็น Baroque City นอกจากนั้นยังถือเป็นเมืองแห่งบิชอบ(Bishop) เพราะในอดีตนั้นได้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของฝ่ายศาสนามาโดยตลอด

หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองเวิร์ซบวร์ก (WUERZBURG) เมืองบนเนินเขาทางตอนเหนือของแคว้นบาวาเรีย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเมนซึ่งเป็นอีกแหล่งเพาะปลูกองุ่นเพื่อผลิตไวน์ของเยอรมัน และเป็นเมืองที่ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก นำท่านชมความงดงามของเมืองมรดกโลกเมืองนี้ โดยเริ่มจาก ศาลาว่าการเมือง (City Hall) และแวะถ่ายรูปกับ มหาวิหารแห่งเมืองเวิร์ซบวร์ก (Wurzburg Cathedral) สร้างขึ้นเมื่อ คศ. 788 และในการก่อสร้างระหว่างปี 1040 – 1225 ได้รับอิทธิพลจากศิลปะแบบโรมาเนสก์ จึงทำให้ภายนอกมหาวิหารสร้างแบบโรมาเนสก์ จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปกับ Wurzburg Residence สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 10 ซึ่งอดีตคือพระราชวังเก่าสร้างแบบสถาปัตยกรรมบาโรก และได้มีการบูรณะหลายครั้งเนื่องจากถูกทำลายจากสงครามโลกครั้งที่ 2

กลางวัน   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางสู่เมืองนูเรมเบิร์ก (Nuremberg) เมืองที่ได้รับสมญานามว่าเป็นเมืองแห่งเทพนิยาย หากใครเป็นคนที่ชื่นชอบความสวยงามของธรรมชาติ ขุนเขาสลับซับซ้อน ปราสาทราชวังแบบในการ์ตูน ทางเดินโรยกรวด ปูหินแบบยุคกลาง โบสถ์สวยเก่าแก่ หิมะที่ปกคลุมขาวโพลนไปทั่วทั้งเมือง ต้องที่นี่ เพราะนูเรมเบิร์กนั้นเสมือนดังเมืองแห่งเทพนิยายที่ได้รับการรักษาเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์ จากนั้นนำท่านเดินชมเมืองโบราณที่มีอายุกว่า 900 ปี ผ่านชมเม้าท์ฮาล์ โรงเก็บส่วยภาษีอากรในอดีตที่ถือเป็นอาคารประวัติศาสตร์อีกแห่งหนึ่งของเมืองนูเรมเบิร์ก จากนั้นนำท่านชมบริเวณ จัตุรัสกลางใจเมือง (HAUPTMARKT) ซึ่งมีตลาดนัดขนาดใหญ่ประจำเมืองอันถือเป็นตลาดนัดคริสต์มาสที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเยอรมนีด้านตะวันออกของตลาดมีโบสถ์พระแม่มาเรีย (FRAUENKIRCHE) จุดเด่นคือ มีนาฬิกาตุ๊กตาไขลานที่หน้าจั่วของโบสถ์พระแมมาเรีย ตัวนาฬิกาและ ตุ๊กตาประดับนี้ถูกสร้างเพิ่มเติมภายหลังในปี ค.ศ.1509 เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระราชกฤษฎีกาทองคำปี 1356 ที่ตราขึ้นตามพระราชบัญชาของจักรพรรดิคาร์ลที่ 4 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์

เย็น   รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

พักที่ Hotel Park Inn by Radisson Nurnberg, Nuremberg หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว

วันที่ 4
นูเรมเบิร์ก – โรเธนเบิร์ก - ศาลากลางเมือง - จัตุรัส MarktPlatz - เมืองไฮเดลเบิร์ก ปราสาทไฮเดลเบิร์ก

เช้า   รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองโรเธนเบิร์กแห่งเทาเบอร์ ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของเส้นทางสายโรแมนติกของเยอรมนี เข้าสู่เขตเมืองเก่าซึ่งเป็นศูนย์กลางเมืองทางประวัติศาสตร์และแนวกำแพงป้องกันเมืองดั้งเดิมบ่งบอกถึงความรุ่งเรืองของเมืองที่ทำการค้าไวน์, โค, กระบือ (เยอรมัน) และขนสัตว์ที่มีมาตั้งแต่ ค.ศ.1274 จัตุรัสใจกลางเมืองเป็นที่ตั้งของอาคารเทศบาลเมืองและโบสถ์เซนต์จาคอบ อิสระให้ท่านมีเวลาได้เก็บภาพประทับใจ ย้อนความทรงจำในยุคอัศวินหรือขุนนางเรืองอำนาจในยุคกลางหรือเลือกซื้อ สินค้าต่าง ๆ ที่ผลิตในเมืองนี้ นำท่านชมศาลากลางของเมืองโรเธนเบิร์ก ชมจัตุรัส MarktPlatz ซึ่งเต็มไปด้วยอาคารสวยงาม ประหนึ่งว่าท่านกำลังเดินอยู่ในเมืองเทพนิยาย

กลางวัน   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

เดินทางสู่ เมืองไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg) ใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 1 ชม. เมืองที่สุดแสนโรแมนติก ตั้งอยู่ในรัฐบาเดน-เวิร์ทเทมแบร์ก บริเวณฝั่งแม่น้ำเน็กคาร์ ซึ่งเป็นรัฐทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศเยอรมนี โดยที่เมืองหลวงของรัฐนี้คือเมืองสตุ๊ดการ์ท เมืองไฮเดลเบิร์กมีความน่าสนใจมากทั้งประวัติศาสตร์ของเมือง อีกทั้งยังเป็นเมืองมรดกโลก ซึ่งในอดีตเมืองแห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางการศึกษาที่สําคัญของเยอรมัน เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยไฮเดลเบิร์ก ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของเยอรมัน ด้วยความสวยงามของเมืองนี้ทำให้มีนักท่องเที่ยวนับล้านคนในแต่ละปีต้องมาเยือนเมืองแห่งนี้เดินทางถึง เมืองไฮเดลเบิร์ก (HELDELBERG) นำท่านชม ปราสาทไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg Castle) เป็นปราสาทเก่าในเมืองไฮเดิลแบร์ค ประเทศเยอรมนี เป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างจากยุคเรอแนซ็องส์ที่สำคัญที่สุดในตอนเหนือของเทือกเขาแอลป์ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อใด แต่ปราสาทหลังนี้ได้รับการกล่าวถึงครั้งแรกในปีค.ศ. 1214 เมื่อจักรพรรดิฟรีดริชที่ 2 แห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ได้พระราชทานปราสาทหลังนี้ให้แก่ลุดวิจที่ 1 ดยุกแห่งบาวาเรีย ตั้งแต่นั้นมา ปราสาทหลังนี้ก็อยู่ในการครอบครองโดยตระกูลวิทเทลส์บัค จากการที่ปราสาทขนาดนี้มีขนาดใหญ่และตั้งอยู่บนเชิงเขา หน้าปราสาทมีแม่น้ำเนคคาร์ไหลผ่าน ปราสาทหลังนี้จึงเป็นป้อมปราการอย่างดีในการป้องกันข้าศึก

เย็น   รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

พักที่ Hotel Leonardo Heidelberg City Center, Heidelberg หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว

วันที่ 5
ไฮเดลเบิร์ก - ย่านเมืองเก่า - สะพานเก่า Alte Brucke – ทิทิเซ่ - ทะเลสาบทิทิเซ่ - ป่าดำ โรงงานนาฬิกากุ๊กกู

เช้า   รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม

นำท่านเดินชมMarktplatz ที่จัตุรัสแห่งนี้จะเป็นที่ตั้งของโบสถ์ Heiliggeistkirche หรือโบสถ์วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ โบสถ์นี้ถูกปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงมามากมาย เดิมทีเป็นโบสถ์ที่ถูกสร้างด้วยรูปแบบ Gothic แต่เมื่อเกิดสงครามฝรั่งเศสในปี 1709 โบสถ์นี้ได้รับความเสียหาย เมื่อมีการสร้างขึ้นใหม่จึงถูกสร้างขึ้นมาในแบบบารอค ส่วนเรื่องนิกายแรกเริ่มเป็นนิกายคาทอลิก ปัจจุบันก็กลายเป็นโปรเตสแตนต์อย่างเต็มตัว ชมความสวยงามของสะพานเก่า Alte Brucke สะพานหินหกซุ้มโค้งทอดยาวข้ามแม่น้ำเน็คคาร์ ช่วงปี 1786-1788 เชื่อมต่อประตูเมืองเก่าที่โดดเด่นด้วยยอดหอคอยทรงกรวยแหลมแบบบารอคในช่วงศตวรรษที่ 13 เมื่อเดินข้ามสะพานจะเห็นปราสาทไฮเดลแบร์กสีชมพูอมแดงตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนยอดเขา รวมถึงอาคารบ้านเรือนที่ตั้งเรียงรายอยู่ริมแม่น้ำเน็คคาร์

กลางวัน   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางสู่เมืองทิทิเซ่ (Titisee) เป็นเมืองตากอากาศขนาดเล็ก โอบล้อมด้วยขุนเขา ตั้งอยู่ในเขตของป่าดำที่ปกคลุมไปด้วยป่าสนยืนต้นนับหมื่นไร่ของเยอรมัน เป็นต้นกำเนิดของ เค้กแบล็กฟอ เรสต์ อีกด้วย นำท่านเที่ยวชม ทะเลสาบทิทิเซ่ (Titisee Lake) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญติดอันดับความสวยงามในยุโรป ท่านจะได้สัมผัสกับทัศนียภาพของทะเลสาบที่มีฉากหลังเป็นป่าสนอยู่บนภูเขา ป่าดำ (Black Forest) เป็นเขตป่าสนที่มีขนาดใหญ่ อยู่ในพื้นที่รอยต่อระหว่างเยอรมันและฝรั่งเศสด้วยความหนาแน่นของป่าสน เมื่อมองจากมุมสูงจะดูเป็นป่าสีดำขนาดใหญ่ นำท่านชม โรงงานนาฬิกากุ๊กกู (Cuckoo Clocks) ที่มีต้นกำเนิดจากป่าดำเมืองทิทิเซ่ ของแท้ต้องทำจากไม้  สนแกะสลัก มีฟังก์ชันการทำงานทั้งตีบอกเวลา มีนกร้อง, ตุ๊กตาเต้นรำและคนเลื่อยไม้ แสดงถึงวิถีชีวิตชาวทิทิเซ่

เย็น   รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

พักที่ Hotel Hofgut Sternen, Titisee หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว

วันที่ 6
ทิทิเซ่ - นั่งกระเช้าขึ้นสู่ ยอดเขาซุกสปิตเซ่ - ทะเลสาบไอบ์เซ่ - มิวนิค

เช้า   รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม

นำท่านนั่งกระเช้าขึ้นสู่ยอดเขา เพื่อชมความงดงามของยอดเขาซุกสปิตเซ่ นำทุกท่านท้าลมหนาวกันที่ ยอดเขาซุกสปิตเซ่ (Mt.Zugspitze) ในประเทศเยอรมนีที่ด้านบนสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้ถึง 4 ประเทศ ทั้งเยอรมัน ออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์ และอิตาลี รวมถึงยังสามารถมองเห็นทะเลสาบไอบ์เซ่ (Eibsee) ได้ด้วย ในวันที่อากาศดีสามารถเห็นยอดเขาต่าง ๆ ในเทือกเขาแอลป์ได้ชัดเจน และเห็นยอดเขามากกว่า 400 ยอด ถือว่าเป็นศูนย์กลางอันดับหนึ่งของการเล่นกีฬาของเยอรมัน โดยเฉพาะการเล่นสกีอีกด้วย ยอดเขาซุกสปิตเซ่ (Zugspitze) เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขาแอลป์ อยู่ที่เมืองการ์มิช–พาร์เท่นเคียร์เช่น (Garmisch – Partenkirchen) เมืองที่อยู่ทางตอนใต้สุดของประเทศเยอรมนี ซุกสปิตเซ่เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเยอรมนี สูงถึง 2,962 เมตร

กลางวัน   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางสู่ เมืองมิวนิค (Munich) ประเทศเยอรมัน หรือในภาษาเยอรมันเรียกเมืองนี้ว่า มึนเซน (Munchen) เมืองศูนย์กลางของวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ และเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในการจัดงานเทศกาลเบียร์ หรือ “ออคโตเบอร์เฟส” ในเดือนตุลาคมของทุกปี ที่มีเสน่ห์แห่งแคว้นบาวาเรีย ซึ่งเป็นอีกเมืองในยุโรปที่มีบรรยากาศดีและสวยงาม อิสระให้ท่านพักผ่อนเดินเล่นชมเมืองมิวนิค

เย็น   รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

พักที่ Hotel Leonardo Munchen City West, Munchen หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว

วันที่ 7
มิวนิค - ประตูแห่งชัยชนะ - จัตุรัสมาเรียนพลัส - โบสถ์เฟราเอนเคียร์เชอ -Ingolstadt Village

เช้า   รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม

นำท่านผ่านชมประตูแห่งชัยชนะ อาคารบ้านเรือน และพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ที่เรียงอยู่บนถนนที่สวยงาม ถนนเม็กซิมิลเลี่ยน ชมโอเปร่าเฮ้าซ์ และเขตพระราชวังเก่า และนำท่านสู่จัตุรัสมาเรียนพลัส (Marienplatz) ชมศาลาว่าการเมือง ซึ่งทุกๆ 11 โมง และ 5 โมงเย็นในฤดูร้อนจะมีเสียงนาฬิกาและตุ๊กตาออกมาเต้นระบำ เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก นำท่านถ่ายภาพคู่โบสถ์เฟราเอนเคียร์เชอ (Frauenkirche) หรือ Church of Our Lady เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของเมืองมิวนิค เนื่องจากสามารถมองเห็นโดมสีเขียวคู่แฝดของโบสถ์ตั้งตระหง่านอยู่ใกล้จัตุรัสมาเรียนพลัทซ์ โบสถ์แห่งนี้เคยได้รับความเสียหายจากสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ก็ได้รับการออกแบบและก่อสร้างขึ้นมาใหม่ตามรูปแบบสถาปัตยกรรมเยอรมันโกธิค เชิญท่านชมย่านการค้าโดยรอบมาเรียนพลัส ทั้งร้านค้าพื้นเมือง และตลาดสินค้าการเกษตร เช่น ดอกไม้ ผลไม้ อาหารพื้นเมืองต่างๆ รวมทั้งไส้กรอกเยอรมัน

กลางวัน   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางสู่ Ingolstadt Village outlet ให้ท่านเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังในแบบที่ลดราคา ซึ่งมีร้านค้าต่าง ๆ มากมาย เช่น GUCCI, ARMANI, BALLY, COACH, PRADA, PHILIPP PLEIN, VERSACE เป็นต้น อิสระให้ท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัย จนถึงเวลานัดหมาย ได้เวลาพอสมควร นำท่านเดินทางสู่ สนามบินมิวนิค

21.30 น.   ออกเดินทางจากกรุงมิวนิค กลับกรุงเทพฯ โดยสายการบินเอมิเรตส์ แอร์ไลน์ (EK) เที่ยวบินที่ EK52 (21.30 – 06.40(+1) // EK372 (09.30 – 18.40) ใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 15.10 ชั่วโมง บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง

วันที่ 8
กรุงเทพ (สนามบินสุวรรณภูมิ)

18.40 น.   เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

เงื่อนไข

อัตรานี้รวม

  1. ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ (Economy Class) แบบหมู่คณะ
  2. ค่ารถโค้ช ปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ
  3. ค่าห้องพักในโรงแรมที่ระบุตามรายการหรือเทียบเท่า
  4. ค่าอาหารที่ระบุตามรายการ
  5. ค่าเข้าชมสถานที่ทุกแห่งที่ระบุตามรายการ
  6. ค่าวีซ่าท่องเที่ยวยุโรป Etats Schengen
  7. ค่าประกันอุบัติเหตุในการเดินทางวงเงินประกันท่านละ 3,000,000 บาทและค่ารักษาพยาบาล 2,500,000 บาท ไม่คุ้มครองโรคประจำตัวหรือโรคร้ายแรงที่แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นก่อนเดินทางรายละเอียดอื่นๆ เป็นไปตามเงื่อนไขแห่งกรมธรรม์ฯ
  8. ค่าประกันรวมรักษาโควิดหากป่วยหรือต้องกักตัวในต่างประเทศ (รายละเอียดเป็นไปตามเงื่อนไขแห่งกรมธรรม์)
  9. น้ำดื่มวันละ 1 ขวด / ท่าน
  10. พนักงานยกกระเป๋าโรงแรมที่พัก
  11. ค่าน้ำหนักกระเป๋า (น้ำหนัก 30 กิโลกรัม)

อัตรานี้ไม่รวม

  1. ค่าธรรมเนียมจัดทำหนังสือเดินทาง, แจ้งเข้าแจ้งออกสำหรับผู้ที่ไม่ได้ถือหนังสือเดินทางของไทย
  2. ค่าภาษีน้ำมันที่สายการบินเรียกเก็บเพิ่ม หากสายการบินมีการปรับขึ้นก่อนวันเดินทาง
  3. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ในกรณีที่ต้องการใบกำกับภาษี
  4. ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ เช่น ค่าอาหารและเครื่องดื่มสั่งพิเศษ นอกเหนือจากรายการทัวร์, ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, มินิบาร์และทีวีช่องพิเศษ ฯลฯ
  5. ค่าธรรมเนียมในกรณีที่กระเป๋าสัมภาระที่มีน้ำหนักเกินกว่าที่สายการบินนั้นๆ กำหนดหรือสัมภาระใหญ่เกินขนาดมาตรฐาน
  6. ค่าทิปคนขับรถ (60 EUR หรือ ประมาณ 2,280 บาท) ตลอดการเดินทาง
  7. ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของท่าน

การจองและการชำระ

  1. ชำระเงินมัดจำท่านละ 30,000 บาท ภายหลังจากที่ท่านส่งเอกสารการจองภายใน 2 วัน โดยโอนเข้าบัญชี ที่นั่งจะยืนยันเมื่อได้รับเงินมัดจำแล้วเท่านั้น
  2. ส่วนที่เหลือชำระ 30 วัน ก่อนการเดินทาง เฉพาะวันหยุดยาวและนักขัตฤกษ์ ชำระส่วนที่เหลือ 45 วันก่อนการเดินทาง เนื่องจากทางบริษัทต้องสำรองค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าที่พักและตั๋วเครื่องบิน มิฉะนั้นจะถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัติ
    • หากไม่ชำระมัดจำตามที่กำหนด ขออนุญาตตัดที่นั่งให้ลูกค้าท่านอื่นที่รออยู่
    • หากชำระไม่ครบตามจำนวน บริษัทฯ ถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัติ โดยไม่มีเงื่อนไข
    • เมื่อท่านชำระเงินแล้ว ไม่ว่าจะทั้งหมดหรือบางส่วน ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านได้ยอมรับเงื่อนไขและข้อตกลงต่างๆที่ได้ระบุไว้ทั้งหมดนี้แล้ว
  3. ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตของผู้ที่เดินทาง ที่มีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือนและเหลือหน้ากระดาษอย่างต่ำ 2 หน้า เพื่อทำการสำรองที่นั่งภายใน 2 วัน นับจากวันจอง หากไม่ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตทางบริษัทขออนุญาตยกเลิกการจองทัวร์โดยอัตโนมัติ
  4. เมื่อได้รับการยืนยันว่ากรุ๊ปออกเดินทางได้ ลูกค้าสามารถจัดเตรียมเอกสารในการขอวีซ่าได้ทันที
  5. หากท่านที่ต้องการออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ (กรณีลูกค้าอยู่ต่างจังหวัด) ให้ท่านติดต่อเจ้าหน้าที่ ก่อนออกบัตรโดยสารทุกครั้ง หากออกบัตรโดยสารโดยมิแจ้งเจ้าหน้าที่ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
  6. การยื่นวีซ่าในแต่ละสถานทูตมีการเตรียมเอกสาร และมีขั้นตอนการยื่นวีซ่าไม่เหมือนกัน ทั้งแบบหมู่คณะและยื่นรายบุคคล (แสดงตน) ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนการจองได้จากทางเจ้าหน้าที่
  7. กรณีวีซ่ายังไม่ทราบผลก่อนเดินทาง 30 วันทำการ ทางบริษัทฯต้องขอเก็บค่าทัวร์ทั้งหมดก่อน ตามกำหนดเงื่อนไขการชำระเงิน แต่หากวีซ่าของท่านไม่ผ่านการพิจารณาจากทางสถานทูตไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ทางบริษัทจะคืนเงินค่าทัวร์ให้ท่าน โดยทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง
  8. หากท่านจองและส่งเอกสารในการทำวีซ่าเข้าประเทศล่าช้า ไม่ทันกำหนดการออกตั๋วกับทางสายการบินและผลของวีซ่าของทางไม่ผ่าน บริษัทฯ จะขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนเงินค่ามัดจำทั้งหมด
  9. หากในคณะของท่านมีผู้ต้องการดูแลพิเศษ นั่งรถเข็น (Wheelchair), เด็ก, ผู้สูงอายุ, มีโรคประจำตัว หรือไม่สะดวกในการเดินทางท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ท่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด

เงื่อนไขการยกเลิกการจองและการปรับเงินค่าบริการ

  1. ยกเลิกการเดินทาง 45 วัน ไม่เก็บค่าใช้จ่าย (ในกรณีวันเดินทางตรงกับเทศกาลหรือหยุดยาว เช่น สงกรานต์ / ปีใหม่ เป็น 60 วัน) หรือ หักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง (ถ้ามี)
  2. ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30 วัน คืนเงิน 100% ของค่าทัวร์ที่จ่ายมาแล้ว หรือ หักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน, ค่ามัดจำโรงแรม, ค่าวีซ่า (ถ้ามี)
  3. ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15–29 วัน คืนเงิน 50% ของค่าทัวร์ที่จ่ายมาแล้ว และหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน, ค่ามัดจำโรงแรม, ค่าวีซ่า (ถ้ามี)
  4. ยกเลิกก่อนการเดินทางน้อยกว่า 15 วัน ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินค่าทัวร์ที่ชำระแล้วทั้งหมด
  5. หากมีการยกเลิกการเดินทางโดยไม่ใช่ความผิดของบริษัททัวร์ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบและคืนค่าทัวร์ส่วนใดส่วนหนึ่งให้ท่านได้ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น เช่น สถานทูตปฏิเสธวีซ่า ด่านตรวจคนเข้าเมือง เอกสารปลอม นโยบายห้ามเข้าออกประเทศ ฯลฯ
  6. กรณียื่นวีซ่าแล้วไม่ได้รับการอนุมัติจากทางสถานทูต (วีซ่าไม่ผ่าน) และท่านได้ชำระค่าทัวร์ทั้งหมกดหรือค่ามัดจำมาแล้ว ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการหักค่าบริการ ค่ายื่นวีซ่า และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง อาทิ เช่น กรณีออกตั๋วเครื่องบินแล้ว หรือได้ชำระค่าบริการในส่วนของทางต่างประเทศ เช่น โรงแรม ตั๋วรถไฟ เป็นต้น
  7. กรณีต้องการเปลี่ยนแปลงพีเรียดวันเดินทาง (เลื่อนวันเดินทาง) ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการหักค่าใช้จ่ายการดำเนินการต่างๆ ที่เกิดขึ้นจริงสำหรับการดำเนินการจองครั้งแรก ตามจำนวนครั้งที่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น