• เมืองอิสตันบูล – พระราชวังโดลมาบาห์เช – ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส – ฮิปโปโดรม – สุเหร่าสีน้ำเงิน – พระราชวังโทพคาปึ
  • เซนต์โซเฟีย – สไปซ์บาซาร์ – หอคอยกาลาตา – เมืองบูร์ซา – สุเหร่าสีเขียว – สุสานสีเขียว – สุเหร่าใหญ่อูลูคามิ – ตลาดผ้าไหม
  • ภูเขาดูลูดัก – นั่งเคเบิ้ลคาร์สู่ลานสกีรีสอร์ท – ลานสกีรีสอร์ท – เมืองคูซาดาซึ – เตอร์กิช ดีไลท์ – โรงงานผลิตเครื่องหนัง – เมืองเอฟฟิซุส
  • ห้องอาบน้ำโรมันโบราณ – หอสมุดเซลซุส –เมืองปามุคคาเล – ปราสาทปุยฝ้าย – เมืองโบราณเฮียราโพลิส – เมืองคอนยา – พิพิธภัณฑ์เมฟลานา
  • เมืองคัปปาโดเกีย – ที่พักคาราวานเซราย – ชมโชว์ระบำ Belly Dance – ชมบอลลูนหลากสี – เมืองเกอเรเม – เมืองใต้ดิน – โรงงานทอพรม
  • โรงงานเซรามิก – โรงงานเครื่องประดับ – พิพิธภัณฑ์เกอเรเม – หุบเขาพาซาแบค – หุบเขานกพิราบ – หุบเขาอุซิซาร์  
ทัวร์ตุรกี
รหัส 007-2029
วันที่เดินทาง
ธ.ค.65
ช่วงเวลา
8 วัน 5 คืน
ราคาเริ่มต้น
51,990 บาท
แผนการเดินทาง
วันที่ 1
สนามบินสุวรรณภูมิ

20.00 : นัดหมายพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 อาคารผู้โดยสารขาออก เคาน์เตอร์สายการบิน Turkish Airlines (TK) โดยมีป้ายต้อนรับ   เลทส์โกกรุ๊ป และมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกพร้อมแนะนำข้อมูลในการเดินทางให้แก่ท่าน

22.55 : นำท่านออกเดินทางสู่ สนามบินอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยสายการบิน Turkish Airlines เที่ยวบินที่ TK065 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 9 ชั่วโมง 50 นาที

วันที่ 2
สนามบินสุวรรณภูมิ – สนามบินอิสตันบูล – เมืองอิสตันบูล – พระราชวังโดลมาบาห์เช – ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส – ฮิปโปโดรม – สุเหร่าสีน้ำเงิน – พระราชวังโทพคาปึ – เซนต์โซเฟีย – สไปซ์บาซาร์ – หอคอยกาลาตา

05.45 : เดินทางถึง สนามบินอิสตันบูล ประเทศตุรกี หลังจากนั้นนำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง รับสัมภาระ (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง)

นำท่านเดินทางสู่ เมืองอิสตันบูล (Istanbul) เป็นเมืองที่มีความสำคัญที่สุดของประเทศตุรกี มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายศตวรรษตั้งแต่ก่อนคริสตกาล มีทำเลที่ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งทำให้อิสตันบูลเป็นเมืองสำคัญเพียงเมืองเดียวในโลก ที่ตั้งอยู่ใน 2 ทวีป คือ ทวีปยุโรป (ฝั่ง Thrace ของบอสฟอรัส) และทวีปเอเชีย (ฝั่งอนาโตเลีย) สถาปัตยกรรมอันงดงามผสมผสานทั้ง 2 ทวีป ทำให้เมืองอิสตันบูลมีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์พิเศษ อีกทั้งพื้นที่ประวัติศาสตร์แห่งอิสตันบูล ฝั่งทวีปยุโรป ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ค. 1986

นำท่านถ่ายภาพด้านหน้า พระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabahce Palace) สร้างโดยสุลต่านดับดุล เมซิด (Abdul Macit) ในปี ค.ศ. 1843 และเสร็จสิ้นในปี ค.ศ. 1856 สร้างด้วยหินอ่อนทั้งหลัง ด้วยศิลปะแบบตะวันออกผสมผสานกับตะวันตก ตัวอาคารยาวถึง 600 เมตร ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลมาร์มาราบริเวณช่องแคบบอสฟอรัสบนฝั่งทวีปยุโรป บริเวณรอบนอกประดับประดาด้วยสวนสวยริมทะเล หอนาฬิกา น้ำพุ อุทยานดอกไม้ สระน้ำ รูปปั้น รูปสลักต่างๆ วางประดับไว้อย่างลงตัวน่าชื่นชมในรสนิยมของสุลต่านแห่งออตโตมันเป็นอย่างยิ่ง

จากนั้นนำท่าน ล่องเรือชมความสวยงามของช่องแคบบอสฟอรัส (Bosphorus Cruise) ซึ่งเป็นช่องแคบที่เชื่อมทะเลดำ (The Black Sea) กับทะเลมาร์มารา (Sea of Marmara) โดยมีความยาวประมาณ 32 กิโลเมตรความกว้าง เริ่มตั้งแต่ 500 เมตร จนถึง 3 กิโลเมตร ช่องแคบนี้ถือว่าเป็นจุดบรรจบกันของสุดขอบทวีปยุโรปและสุดขอบทวีปเอเชีย ซึ่งนอกจากความสวยงามแล้วช่องแคบบอสฟอรัสยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งในการป้องกันประเทศตุรกีอีกด้วย ขณะล่องเรือท่านจะได้เพลิดเพลินกับทัศนีย์ภาพอันสวยงามของริมฝั่งช่องแคบแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นพระราชวังโดลมาบาห์เชหรือบ้านเรือสไตล์ยุโรปของบรรดาเศรษฐีแห่งประเทศตุรกีทั้งระหว่างล่องเรือ

เที่ยง : บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร พิเศษ ปลาแมคเคอเรลย่างและ MIX SEAFOOD

นำท่านถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับ ฮิปโปโดรม (Hippodrome) คือสิ่งก่อสร้างจากสมัยกรีกซึ่งใช้เป็นสนามแข่งม้า และการแข่งขันขับรถศึก (Chariot Racing) โดยคำว่า ฮิปโปส และ โดรโมส ปัจจุบันถูกนำไปใช้ในภาษาฝรั่งเศสด้วย

นำท่านเดินทางเข้าชม สุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque) หรือ ชื่อเดิม สุเหร่าสุลต่านอาห์เหม็ดที่ 1 (Sultan Ahmed Mosque) การเข้าชมสุเหร่าทุกแห่งจะต้องถอดรอดเท้า ถอดหมวก ถอดแว่นตาดำ เป็นการเคารพสถานที่ สามารถถ่ายภาพด้านในได้ ห้ามส่งเสียงดังและกรุณาทำกิริยาให้สำรวม สุเหร่านี้สร้างในปี ค.ศ. 1609 และเสร็จสิ้นในปี ค.ศ. 1616

นำท่านถ่ายภาพด้านหน้า พระราชวังโทพคาปึ (Topkapi Palace) เดิมเป็นที่ประทับหลักของสุลต่านแห่งจักรวรรดิออตโตมัน ระหว่างปี ค.ศ. 1465 จนถึงปี ค.ศ. 1853 เดิมพระราชวังนี้ใช้ชื่อว่า พระราชวังหลวงแห่งใหม่ (Saray-I Cedid-I Amire) จนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 18 ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้ชื่อปัจจุบันในรัชสมัยสุลต่านมะห์มุดที่ 2 ตามชื่อพระราชวังริมทะเลที่ถูกเพลิงไหม้

นำท่านเข้าชม วิหารเซนต์โซเฟีย (St.Sophia) หรือ สุเหร่าฮาเกีย โซเฟีย (Hagia Sophia) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางเป็นโบสถ์คาทอลิก

นำท่านเดินทางสู่ สไปซ์บาซาร์ (Spice Bazaar) หรือ ตลาดอียิปต์ (Egyptian Bazaar) เป็นตลาดเครื่องเทศตั้งอยู่ใกล้กับสะพานกาลาตา ที่นี่ถือเป็นตลาดในร่มและเป็นตลาดที่ใหญ่เป็นอันดับสองในเมืองอิสตันบูล สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 1660 โดยเป็นส่วนหนึ่งของมัสยิดใหม่ ภายในตลาดยังมีสินค้ามากมายให้ได้เลือกซื้อ อาทิ อาหาร, เครื่องเทศ, ขนมหวานของตุรกี, เครื่องเพชรพลอย, ของที่ระลึก, ผลไม้แห้ง และเครื่องประดับต่างๆ อีกด้วย จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ หอคอยกาลาตา (Galata Tower) หอคอยหินสไตล์โรมัน แบบสถาปัตยกรรมโรมาเนสก์ ตัวตึกประกอบด้วย 9 ชั้น มีรูปทรงกระบอก และมีหลังคาเป็นทรงกรวย อีกหนึ่งสัญลักษณ์เมืองอิสตันบูล สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1348 เพื่อไว้เป็นหอสังเกตการณ์ป้องกันข้าศึกจากทางทะเลปัจจุบันชั้นบนเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นชมทัศนียภาพของเมือง

ค่ำ : อิสระอาหารค่ำ เพื่อสะดวกในการท่องเที่ยว

วันที่ 3
เมืองบูร์ซา – สุเหร่าสีเขียว – สุสานสีเขียว – สุเหร่าใหญ่อูลูคามิ – ตลาดผ้าไหม

เช้า : บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองบูร์ซา (Bursa) ตั้งอยู่บนยอดเขาอูลูดัก (Uludag) ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือและใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของประเทศตุรกี โดยที่นี่ถูกเรียกว่าเป็นเมืองแห่งรีสอร์ทและสกีเนื่องจากเต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวมากมาย นอกจากนี้บูร์ซายังเป็นเมืองหลวงแห่งแรกของอาณาจักรออตโตมันบนคาบสมุทรอนาโตเลียในอดีต จากจุดนี้ จักรวรรดิออตโตมันใช้เป็นฐานที่มั่นในการวางแผนเข้าตี เมืองคอนสแตนตินโนเปิล Constantinople เมืองหลวงของจักรวรรดิไบเซนไทน์ Byzantine’s Empire ที่ตั้งอยู่ทางฝั่งยุโรป หลังจากที่พิชิตเมืองคอนสแตนตินโนเปิลได้ จึงเปลี่ยนชื่อเป็นเมืองอิสตันบูลในปัจจุบัน อีกทั้งบูร์ซายังเป็นเมืองที่ได้รับการยอมรับจากชาวตุรกีและนักชิมทั่วไปว่าเป็นเมืองแห่งเคบับที่เป็นอาหารพื้นเมืองที่อร่อยที่สุดในประเทศอีกด้วย

เที่ยง : บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าชม สุเหร่าสีเขียว (Green Mosque) หรือเรียกในชื่อ มัสยิดเยซิล (Yeşil Cami) สร้างเสร็จเมื่อ ค.ศ. 1424 ในสมัยสุลต่านเมห์เม็ตที่ 1 โดยสถาปนิก Haci Ivaz Pasha ทำด้วยหินอ่อนทั้งหลัง ประดับตกแต่งภายในด้วยกระเบื้องสีเขียวและสีน้ำเงินรอบตัวอาคาร จึงเป็นที่มาของชื่อสุเหร่าสีเขียวจนถึงทุกวันนี้ บริเวณใกล้กันเป็นอาคารสวดมนต์ ไม่ไกลกันนัก นำท่านเข้าชม สุสานสีเขียว (Green Tomb) ของสุลต่านเมห์เม็ตที่ 1 สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1421 ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาท่ามกลางต้นไซเปรส ในปี ค.ศ. 1855 เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทำให้ตัวอาคารเกิดความเสียหาย และบูรณะใหม่เป็นตัวอาคารหกเหลี่ยมมีลักษณะโดดเด่นด้านนอกอาคารตกแต่งด้วยกระเบื้องคูทาห์ยาสีน้ำเงินอมเขียว หลังคาโค้งคล้ายร่ม ส่วนด้านในสุสานปูด้วยกระเบื้องอิซนิกสีน้ำเงินและสีเขียวสีสันสดใสพร้อมลวดลายดอกไม้ บานประตูไม้แกะสลักอย่างสวยงาม

นำท่านเข้าชม สุเหร่าใหญ่อูลูคามิ (Ulu Cami/ The Grand Mosque) สร้างในปี ค.ศ. 1399 โดย สุลต่านแห่งบาเยชิด ที่ 1 เป็นสุเหร่าเก่าแก่ที่สุดที่สำคัญของสถาปัตยกรรมออตโตมันในยุคแรกและสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งตั้งอยู่ในใจกลางเมืองบูร์ซา

จากนั้นนำท่านอิสระช้อปปิ้ง ตลาดผ้าไหม (Silk Bazaar) สร้างขึ้นโดยสุลต่านบาเยชิด ที่ 2 เมื่อปี ค.ศ. 1491 เป็นที่พักคาราวานเซรายและยังเป็นตลาดกลางเมืองบูร์ซาในประวัติศาสตร์ จนถึงปลายศตวรรษที่ 16 – 18 ได้กลายเป็นศูนย์กลางการผลิตและค้าขายผ้าไหม ผ่านเส้นทางสายไหมโดยมีพ่อค้าชาวเปอร์เซีย อาเซอรี และอาร์เมเนีย ขายผ้าไหมและใยไหมให้แก่พ่อค้าชาวอิตาเลียนและชาวฝรั่งเศสมานานหลายศตวรรษ ปัจจุบันเป็นศูนย์กลางค้าและยังคงมีผ้าไหม เสื้อผ้าที่ทำมาจากผ้าไหม ของที่ระลึกต่างๆ รวมไปถึงอาหาร ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศภายใน Koza Han อีกด้วย

ค่ำ : บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม

วันที่ 4
อูลูดัก – นั่งเคเบิ้ลคาร์สู่ลานสกีรีสอร์ท – ลานสกีรีสอร์ท – เมืองคูซาดาซึ – เตอร์กิช ดีไลท์

เช้า : บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เขาอูลูดัก (Uludag) ตั้งอยู่ในตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองบูร์ซา เป็นตำนานภูเขาโอลิปัสแห่งไมเซีย (อาณาจักรออตโตมัน) เป็นที่รู้จักกันในตำนานสถานที่แห่งทวยเทพเฝ้าดูสงครามเมืองทรอย (Trojan) และอูลูดักนั้นหมายถึงภูเขาที่ใหญ่และสูงที่สุดในอานาโตเลียตะวันตก 2,543 เมตร จึงเป็นศูนย์กลางแห่งการท่องเที่ยวฤดูหนาวยอดนิยมของประเทศตุรกี ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากมายจากทั้งคนในประเทศตุรกีเอง และประเทศใกล้เคียง ด้วยความทันสมัย คุณภาพดี และราคาไม่สูงมาก จากนั้นนำท่าน นั่งเคเบิ้ลคาร์สู่ลานสกีรีสอร์ท (Cable Car) (รวมค่าขึ้นเคเบิ้ลคาร์แล้ว) ให้ท่านได้ชมวิวที่หิมะย้อมทิวเขา ต้นไม้ใบหญ้าและอาณาบริเวณให้เป็นสีขาวสวยสุดลูกหูลูกตาดุจในเทพนิยายปกคลุมตลอดทั้งเส้นทาง ให้ท่านได้อิสระที่ ลานสกีรีสร์อท (Ski Resort) (ไม่รวมค่าเล่นสกี ค่าลิฟต์เก้าอี้ อุปกรณ์การเล่นสกีทุกชนิด) ลานสกีรีสอร์ทของอูลูดักมีความสูงเริ่มต้น 1,800 เมตร ลานสกีรีสอร์ทเป็นจุดศูนย์รวมสำหรับเล่นสกี เป็นที่ตั้งของโรงแรมสกีรีสอร์ท สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อาทิ สกีรีสอร์ท ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านค้าเสื้อผ้าและอุปกรณ์การเล่นสกี ร้านเช่าอุปกรณ์ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกในการเล่นสกีอีกมากมาย

นำท่านนั่งเคเบิ้ลคาร์สู่ร้านอาหารที่ตั้งอยู่บนเขาอูลูดัก (รวมค่าขึ้นเคเบิ้ลคาร์แล้ว)

เที่ยง : บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร พิเศษ BBQ เตาถ่าน

นำท่านนั่งเคเบิ้ลคาร์ลงจากเขาอูดูลูดัก เพื่อนำท่านเดินทางสู่ เมืองคูซาดาซึ (Kusadasi) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง 30 นาที) เมืองท่าเลียบชายฝั่งทะเลของประเทศตุรกี ในอดีตเมืองนี้เป็นเหมือนท่าเรือขนส่งสินค้า เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเรื่องการผลิตเครื่องหนังคุณภาพสูงส่งออกทั่วโลก นำท่านเดินทางสู่ ร้านเตอร์กิช ดีไลท์ (Turkish Delight Shop) คือขนมหวานขึ้นชื่อของประเทศตุรกี ซึ่งคนท้องถิ่นเรียกกันว่าโลคุม (Lokum) เป็นขนมหวานทรงลูกเต๋าที่ประกอบขึ้นจากแป้งและน้ำตาล มักจะมีอัลมอนด์ วอลนัท ถั่วพิสตาชิโอ และแมคคาเดเมียผสมเข้าไปด้วย โดยส่วนมากหน้าตาจะมีสีชมพูเข้ม แต่ก็ดูจางลงไปทันทีเมื่อเสิร์ฟกับน้ำตาลไอซิ่งที่คลุกเคล้าประหนึ่งแป้งฝุ่น มีรสหวาน สอดแทรกด้วยความกรอบและมันของถั่วคุณภาพดี ชาวตุรกีนิยมทานคู่กับชาร้อน หรือ ชากลิ่นแอปเปิล

ค่ำ : บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม

วันที่ 5
โรงงานผลิตเครื่องหนัง – เมืองเอฟฟิซุส – ห้องอาบน้ำโรมันโบราณ – หอสมุดเซลซุส – เมืองปามุคคาเล – ปราสาทปุยฝ้าย – เมืองโบราณเฮียราโพลิส

เช้า : บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ โรงงานผลิตเครื่องหนัง (Leather Factory) ซึ่งประเทศตุรกีเป็นประเทศที่มีฐานการผลิตเครื่องหนังคุณภาพสูงที่สุดอันดับต้นๆ ของโลก ทั้งยังผลิตเสื้อหนังให้กับ  แบรนด์ดังในอิตาลี อาทิ Versace, Prada, Michael Kors อีกด้วย อิสระให้ท่านเลือกชมผลิตภัณฑ์จากเครื่องหนัง และ สินค้าพื้นเมืองตามอัธยาศัย

จากนั้นนำท่านเข้าชม เมืองเอฟฟิซุส (Ephesus) เมืองโบราณที่มีการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดีเมืองหนึ่ง เคยเป็นที่อยู่ของชาวโยนก (Lonia) จากกรีกซึ่งอพยพเข้ามาปักหลักสร้างเมืองซึ่งรุ่งเรืองขึ้นในศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสต์กาล ต่อมาถูกรุกรานเข้ายึดครองโดยพวกเปอร์เซียและกษัตริย์อเล็กซานเดอร์มหาราช ภายหลังเมื่อโรมันเข้าครอบครองก็ได้สถาปนาเอฟฟิซุสขึ้นเป็นเมืองหลวงต่างจังหวัดของโรมัน นำท่านเดินบนถนนหินผ่านใจกลางเมืองเก่าที่สองข้างทางเต็มไปด้วยซากสิ่งก่อสร้างเมื่อสมัย 2,000 ปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรงละครกลางแจ้งที่สามารถผู้ชมได้กว่า 30,000 คน ซึ่งยังคงใช้งานได้จนถึงปัจจุบัน เข้าชม ห้องอาบน้ำโรมันโบราณ (Roman Bath) ที่ยังคงเหลือร่องรอยรของห้องน้ำ ห้องอบไอน้ำ ให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้ นำท่านถ่ายภาพเป็นที่ระลึก กับ หอสมุดเซลซุส (Library of Celsus) มีความสวยงามเป็นเลิศ สร้างโดยติเบริอุส จูลิอุส อาควิลา อุทิศให้กับบิดา ชื่อ ติเบริอุส จูลิอุส เซลซุส ในปี 657 – 660 และได้ฝังโลงศพของบิดาที่ทำจากหินเอาไว้ใต้หอสมุดแห่งนี้ ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 2015

เที่ยง : บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น

นำท่านเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล (Pamukkale) เมืองที่มีน้ำพุเกลือแร่ร้อนไหลทะลุขึ้นมาจากใต้ดินผ่านซากปรักหักพังของเมืองเก่าแก่สมัยกรีกก่อนไหลลงสู่หน้าผา จนเกิดผลึกกึ่งสถาปัตยกรรมสีขาวขึ้น

นำท่านเข้าชม ปราสาทปุยฝ้าย (Cotton Castle) ผลจากการไหลของน้ำพุเกลือแร่ร้อนนี้ได้ก่อให้เกิดทัศนียภาพของน้ำตกสีขาวเป็นชั้นๆ หลายชั้น และผลจากการแข็งตัวของแคลเซียมทำให้เกิดเป็นแก่งหินสีขาวราวหิมะขวางทางน้ำเป็นทางยาว ซึ่งมีความงดงามมาก ภายในบริเวณเดียวกันนี้ยังเป็น เมืองโบราณเฮียราโพลิส (Hierapolis) เป็นเมืองโรมันโบราณที่สร้างล้อมรอบบริเวณที่เป็นน้ำพุเกลือแร่ร้อน ซึ่งเชื่อกันว่ามีสรรพคุณในการรักษาโรคเมื่อเวลาผ่านไปภัยธรรมชาติได้ทำให้เมืองนี้เกิดการพังทลายลง เหลือเพียงซากปรักหักพังกระจายอยู่ทั่วไปบางส่วนยังพอมองออกว่าเดิมเคยเป็นอะไร อาทิ โรงละคร แอมฟิเธียร์เตอร์ขนาดใหญ่

ค่ำ : บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม

วันที่ 6
พิพิธภัณธ์เมฟลานา – เมืองคัปปาโดเกีย – ที่พักคาราวานเซราย – ชมโชว์ระบำ Belly Dance

เช้า : บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์เมฟลานา (Mevlana Museum) ภายนอกเป็นหอทรงกระบอกสีเขียว ภายในประดับตกแต่งแบบชาวมุสลิม จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ของท่านเมฟลานา และยังเป็นสุสานสำหรับบิดาและบุตรของท่านเมฟลานาอีกด้วย

ระหว่างทางนำท่านแวะถ่ายภาพ ที่พักคาราวานเซราย (Caravanserai) เป็นสถานที่พักของกองคาราวานในสมัยโบราณตามเส้นทางสายไหมและชาวเติร์กสมัยออตโตมัน

เที่ยง : บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น

หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia) เป็นบริเวณที่อยู่ระหว่าง ทะเลดำกับภูเขาเทารุส มีความสำคัญมาแต่โบราณกาล เพราะเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหม เส้นทางการค้าขายแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ที่ทอดยาวจากประเทศตุรกีไปจนถึงประเทศจีน เป็นพื้นที่พิเศษที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเมื่อประมาณ 3 ล้านปีมาแล้ว เกิดจากลาวาที่พ่นออกมา และเถ้าถ่านจำนวนมหาศาลกระจายไปทั่วบริเวณทับถมเป็นแผ่นดินชั้นใหม่ขึ้นมา จากกระแสน้ำ ลม ฝน แดด และหิมะ กัดเซาะกร่อนกินแผ่นดินภูเขาไฟไปเรื่อยๆ นับล้านปี จนเกิดเป็นภูมิประเทศประหลาดแปลกตาน่าพิศวง ที่เต็มไปด้วยหินรูปแท่งกรวยคว่ำปล่อง กระโจม โดม และอีกสารพัดรูปทรง ดูประหนึ่งดินแดนในเทพนิยาย จนชนพื้นเมืองเรียกขานกันว่า “ดินแดนแห่งปล่องไฟนางฟ้า” (Fairy Chimney) คัปปาโดเกีย เป็นชื่อเก่าแก่ภาษาฮิตไตต์ (ชนเผ่ารุ่นแรกๆ ที่อาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้) แปลว่า “ดินแดนม้าพันธุ์ดี” และในปัจจุบันนี้ก็ยังเลี้ยงม้ากันอยู่บริเวณนี้ และมีเมืองใต้ดินโบราณที่ใหญ่ที่สุดในโลกก็ว่าได้ ซึ่งภายในเมืองใต้ดินมีครบทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องหมักไวน์ ห้องประชุม คอกสัตว์ โบสถ์ บ่อน้ำ บางห้องเป็นห้องโถงกว้าง ด้วยความอัศจรรย์ใต้พื้นดินแห่งนี้ เมืองคัปปาโดเกีย จึงได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1985 ได้ขึ้นทะเบียนเมืองใต้ดินแห่งเมืองคัปปาโดเกียเป็นสถานที่มรดกโลกอีกด้วย

ค่ำ : บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำท่านชมการแสดงพื้นเมือง โชว์ระบำหน้าท้อง (Belly Dance) เป็นการโชว์เต้นรำที่เก่าแก่อย่างหนึ่งของชาวตุรกี ซึ่งมีมาประมาณ 6,000 ปี ในดินแดนแถบอียิปต์และเมดิเตอร์เรเนียน นักประวัติศาสตร์เชื่อกันว่าชนเผ่ายิปซีเร่ร่อนคือคนกลุ่มสำคัญที่ได้อนุรักษ์ระบำหน้าท้องนี้ไว้ให้มีมาจนถึงปัจจุบัน การโชว์ระบำหน้าท้องนี้ได้มีมาอย่างแพร่หลายและมีการพัฒนาซึ่งเป็นศิลปะที่โดดเด่น สวยงาม จนกลายมาเป็นระบำหน้าท้องของประเทศตุรกีในปัจจุบัน

วันที่ 7
ชมบอลลูนหลากสี – เมืองเกอเรเม – เมืองใต้ดิน – พิพิธภัณฑ์เกอเรเม – หุบเขาพาซาแบค – หุบเขานกพิราบ – หุบเขาอุซิซาร์ – โรงงานทอพรม – โรงงานเซรามิก – โรงงานเครื่องประดับ – สนามบินไกเซรี – สนามบินอิสตันบูล

เช้า : บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองเกอเรเม (Goreme) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในอาณาบริเวณของเมืองคัปปาโดเกียในตอนกลางของอานาโตเลียประเทศตุรกี เป็นที่ตั้งถิ่นฐานของผู้คนมาตั้งแต่สมัยโรมัน และเป็นสถานที่ที่ชาวคริสเตียนยุคแรกใช้ในการเป็นที่หลบหนีภัยจากการไล่ทำร้ายและสังหารก่อนที่คริสต์ศาสนาจะเป็นของจักรวรรดิ ที่จะเห็นได้จากคริสต์ศาสนถานจำนวนมากมายที่ตั้งอยู่ในบริเวณนี้ เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในด้านการทอพรม และการผลิตเครื่องเซรามิก ล้ำค่าที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก นำท่านเข้าชม เมืองใต้ดิน (Underground City) เป็นสถานที่ที่ผู้นับถือศาสนาคริสต์ใช้หลบภัยชาวโรมัน ที่ต้องการทำลายร้างพวกนับถือศาสนาคริสต์ ภายในมีโซนห้องต่างๆ อาทิ ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องหมักไวน์ ห้องประชุม คอกสัตว์ โบสถ์ บ่อน้ำ บางห้องเป็นห้องโถงกว้างว่ากันว่าสามารถจุคนได้มากกว่า 30,000 คน และระบบระบายอากาศที่ดี แต่อากาศค่อนข้างบางเบา เพราะอยู่ลึกและทางเดินบางช่วงอาจค่อนข้างแคบจนเดินสวนกันไม่ได้ ควรใช้ความระมัดระวังในการรับลงไปชมเมืองใต้ดินแห่งนี้

นำท่านถ่ายภาพด้านนอก พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม (Open Air Museum of Goreme) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1985 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานของชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์

เที่ยง : บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น พิเศษ เคบับต้นตำรับ

นำท่านเดินทางสู่ หุบเขาพาซาแบค (Pasabag Valley) หรือหุบเขาพระ (Monks Valley) เป็นหินทรงสูงใหญ่ที่มีรูปร่างคล้ายเห็ดสามหัว รูปร่างแปลกตา จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หุบเขานกพิราบ (Pigeon Valley) เป็นหน้าผาที่ชาวเมืองโบราณได้ขุดเจาะเป็นรู เพื่อให้นกพิราบเข้าไปทำรังอาศัยอยู่ เนื่องจากสมัยก่อนชาวเมืองใช้นกพิราบมีหน้าที่เป็นผู้ส่งสารสำคัญในแถบละแวกนั้น และยังเป็นสัตว์เลี้ยงอีกด้วย

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หุบเขาอุชิซาร์ (Uchisar Valley)ให้ท่านได้ถ่ายภาพด้านหน้า เป็นหุบเขาคล้ายจอมปลวกขนาดใหญ่ ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งหุบเขาแห่งนี้มีรูพรุน มีรอยเจาะ รอยขุด อันเกิดจากฝีมือมนุษย์ไปเกือบทั่วทั้งภูเขา เพื่อเอาไว้เป็นที่อยู่อาศัย อุชิซาร์ คือ บริเวณที่สูงที่สุดของบริเวณโดยรอบ ดังนั้นในอดีตอุชิซาร์ มีไว้ทำหน้าที่เป็นป้อมปราการที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเอาไว้สอดส่องข้าศึกยามมีภัยอีกด้วย

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าเยี่ยมชม โรงงานทอพรม (Carpet Factory), โรงงานเซรามิก (Ceramic Factory) และโรงงานเครื่องประดับ (Jewelry Factory) เพื่อให้ท่านได้ชมการสาธิตกรรมวิธีการผลิตสินค้าพื้นเมืองทีมีคุณภาพและชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้า

ค่ำ : อิสระอาหารค่ำ เพื่อสะดวกแก่การช้อปปิ้ง นำท่านเดินทางสู่ สนามบินไกเซรี ประเทศตุรกี

21.00 : นำท่านออกเดินทางสู่ สนามบินอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยสายการบิน Turkish Airlines เที่ยวบินที่ TK2021

22.35 : เดินทางถึง สนามบินอิสตันบูล ประเทศตุรกี เพื่อรอต่อเครื่อง

 

วันที่ 8
สนามบินอิสตันบูล – สนามบินสุวรรณภูมิ

01.55 : นำท่านออกเดินทางสู่ สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสายการบิน Turkish Airlines เที่ยวบินที่ TK068 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)

15.00 : เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

เงื่อนไข

โปรแกรมทัวร์ที่น่าสนใจ